ปากกาลดน้ำหนัก ราคา | มอนจาโร | Mounjaro | Wegovy | ลดน้ำหนัก นนทบุรี
เลือกคลินิกปากกาลดน้ำหนักอย่างไรให้ปลอดภัย ไม่ดูแค่ราคาถูกที่สุด
ฉีด Wegovy / Mounjaro ที่ไหนดี? เช็คค่าใช้จ่ายจริงก่อนซื้อ!!!
หากคุณเป็นหนึ่งคนที่กำลังสนใจ “ปากกาลดน้ำหนักรุ่นใหม่แบบรายสัปดาห์“ อย่าง Wegovy (Semaglutide) หรือ Mounjaro (Tirzepatide) สิ่งแรกที่ต้องรู้คือ ยากลุ่มนี้ไม่ใช่แค่การซื้อมาฉีดครั้งเดียวจบ แต่เป็นโปรแกรมการรักษาที่ต้องมีการปรับเพิ่มขนาดยา (Dose) ขึ้นเรื่อย ๆ ในแต่ละเดือน
บทความนี้จะพามาเจาะลึก “เรทราคาตลาดที่แท้จริงในประเทศไทยประจำปี 2026″ คิดคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายต่อเดือน พร้อมแจก Checklist วิธีเลือกซื้อผ่านสถานพยาบาลที่ปลอดภัย ไม่เสี่ยงเจอของปลอมหรือยาเสื่อมสภาพครับ
“ปากกาลดน้ำหนัก” เป็นชื่อที่ชวนให้เข้าใจผิด อันที่จริงแล้ว ปากกาลดน้ำหนักคือ “ยา”
ที่ออกแบบมาให้อยู่ในรูปแท่งสำหรับพกพาคล้ายปากกาคล้ายยาฉีดอินซูลิน คนไทยจึงเรียกกันติดปากว่าเป็นปากกาลดน้ำหนัก ดังนั้น ขอให้ทุกท่านคิดไว้เสมอว่า เรากำลังจะใช้ “ยา”
จึงต้องคำนึงถึงความจำเป็นในการใช้ยาและพิจารณาความปลอดภัยเป็นหลักเสมอ
Highlight บทความ การเลือกคลินิก ปากกาลดน้ำหนัก ราคาที่เหมาะสม
ก่อนเลือกใช้ปากกาลดน้ำหนัก ควรเลือกคลินิกที่มีแพทย์ประเมินข้อบ่งใช้ โรคร่วม ยาที่ใช้อยู่ และความเสี่ยงเฉพาะบุคคลก่อนเริ่มยา ไม่ควรเลือกจากราคาถูกที่สุดเพียงอย่างเดียว ควรตรวจสอบว่ายาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้อง มีแหล่งที่มาแน่นอน มีฉลาก เลขทะเบียน/ข้อมูลยา lot และวันหมดอายุชัดเจน รวมถึงมีการสอนวิธีฉีด แผนปรับขนาดยา และการติดตามผลข้างเคียงอย่างเป็นระบบ
ปากกาลดน้ำหนักไม่ใช่ยาที่เหมาะกับทุกคน และไม่ควรใช้เพื่อความสวยงามโดยไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ ผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัยควรมาจากการใช้ยาร่วมกับการปรับอาหาร เพิ่มกิจกรรมทางกาย ดูแลโปรตีน ป้องกันการสูญเสียกล้ามเนื้อ และติดตามโรคร่วม เช่น เบาหวาน ความดัน ไขมัน ไขมันพอกตับ โรคไต หรือโรคหัวใจอย่างเหมาะสม
หากคลินิกหรือผู้ขายเสนอขายผ่านออนไลน์โดยไม่ต้องพบแพทย์ ราคาถูกผิดปกติ ไม่มีข้อมูลยาแน่ชัด แบ่งขายเป็นเข็มหรือ vial ให้ปรับขนาดยาเอง หรือโฆษณาว่าลดน้ำหนักได้แน่นอนโดยไม่มีผลข้างเคียง ควรหลีกเลี่ยง เพราะอาจเสี่ยงต่อการได้รับยาที่ไม่ได้มาตรฐาน ใช้ยาไม่ถูกข้อบ่งชี้ หรือเกิดผลข้างเคียงโดยไม่มีการดูแลที่เหมาะสม
ปากกาลดน้ำหนัก ที่นิยมใช้แพร่หลายในประเทศไทย มี 2 ตัวยาหลัก
ยาชนิดที่ 1 ชื่อยาทางวิทยาศาสตร์คือ Semaglutide โดยที่จดทะเบียนใช้ชื่อการค้าในประเทศไทย (ยี่ห้อ) คือ Wegovy (เวโกวี่)
ยาชนิดที่ 2 ชื่อยาทางวิทยาศาสตร์คือ Tirzepatode โดยที่จดทะเบียนใช้ชื่อการค้าในประเทศไทย (ยี่ห้อ) คือ Mounjaro (มอนจาโร)
นอกจากยา 2 ชนิดข้างต้นแล้ว ในประเทศไทยยังมียาที่สามารถนำมาใช้ลดน้ำหนักได้อีกหลายชนิดเช่น Rybelsus, Ozempic, Victoza เป็นต้น แต่มักนำมาใช้รักษาโรคเบาหวานและอ้วน เป็นหลัก
ภาพรวมตลาดราคาปากกาลดน้ำหนักในประเทศไทย 2569
ราคาที่พบในคลินิกเอกชนไทย/กรุงเทพฯ โดยประมาณจากการสืบค้นราคาที่มีประกาศตามเว็บไซต์ต่างๆ
1. ยา Semaglutide ราคา 8,000-19,000 บาท/เดือน
ราคาแต่ละแหล่งต่างกันค่อนข้างมาก และราคาขึ้นกับโดสที่ใช้
2. ยา Tirzepatide ราคา 12,000-26,500 บาท/เดือน
ราคามักสูงกว่า Semaglutide และยิ่งขนาดสูงขึ้น ราคามักจะสูงขึ้นมาก
ทำไมราคาต่างกันมาก ทั้งที่เป็น “ปากกาลดน้ำหนัก” เหมือนกัน
1. ขนาดยา
Dose สูงมักราคาสูง โดยเฉพาะ tirzepatide เพราะ 10–15 mg มักแพงกว่า 2.5–5 mg มาก
2. เป็นยาขึ้นทะเบียนถูกต้องหรือไม่
ถ้าราคาถูกผิดปกติ เช่น ต่ำกว่าตลาดมาก อาจเป็นยาหิ้ว, ยาปลอม, compounded peptide, หรือ vial แบ่งขาย ซึ่งเสี่ยงด้านคุณภาพ/ความแรง/การปนเปื้อน
3. รวมค่าแพทย์หรือไม่
บางคลินิก/โรงพยาบาลตั้งราคา “รวม consult + follow-up + ยา” แต่บางแห่งลงราคาเฉพาะยา ทำให้ดูถูกกว่า แต่คนไข้จ่ายจริงอาจเพิ่ม
4. จำนวนยาที่จ่ายต่อครั้ง
โดยมาตรฐานจากผู้ผลิตยา จะออกแบบมาเพื่อให้จ่ายยาครั้งละ 4 สัปดาห์ หลายกรณีมีการจ่ายยาขนาดสูงแล้วนับคลิ๊กยาเพื่อประหยัดค่ายา อาจทำให้คุณภาพยาเสื่อมลงได้เมื่อเก็บและเปิดปิดยาในอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสม นอกจากนี้ หลายแห่งจ่ายหลายเดือนแล้วทำเป็นราคาโปรโมชั่น แต่เสี่ยงในคนไข้ที่มี side effects หรือ titration ไม่เหมาะ
จุดที่คนไข้มักเข้าใจผิดเรื่องราคาปากกาลดน้ำหนัก
“ทำไมบางที่ขายถูกกว่า แค่ 5,000–8,000 บาท?”
ต้องระวังมาก โดยเฉพาะถ้าเป็น vial, peptide, ยาผสม, ไม่มีเลขทะเบียนยา, ไม่มี lot, ไม่มี cold chain, ไม่มีใบสั่งแพทย์ หรือขายผ่าน social media
อย. ไทยเตือนเรื่องการโฆษณาและจำหน่ายปากกาลดน้ำหนักออนไลน์ และระบุว่ากลุ่ม GLP-1 RA เคยพบการนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ รวมถึงมีการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด โดยมีการยกระดับการกำกับดูแลจาก “ยาอันตราย” ไปสู่ “ยาควบคุมพิเศษ” เพื่อจำกัดการจำหน่ายผ่านช่องทางที่มีใบสั่งแพทย์และควบคุมได้มากขึ้น แหล่งข่าวสาธารณสุขไทยรายงานเช่นกันว่า อย. ยกระดับการควบคุม GLP-1 injectable pens เพราะพบการลักลอบจำหน่ายและการใช้ผิดวัตถุประสงค์จำนวนมาก
วิธีการเลือกคลินิก/โรงพยาบาล สำหรับการใช้ปากกาลดน้ำหนัก
คลินิกปากกาลดน้ำหนักที่เหมาะสมควรมีแพทย์ประเมินก่อนเริ่มยา ใช้ยาที่ตรวจสอบแหล่งที่มาได้ อธิบายชนิดยาและขนาดยาอย่างโปร่งใส มีการสอนวิธีฉีด มีแผนติดตามผลข้างเคียง และดูแลร่วมกับการปรับอาหาร พฤติกรรม และโรคร่วม ไม่ควรเลือกจากราคาถูกที่สุดเพียงอย่างเดียว
1. คลินิกต้องประเมินก่อนว่า “ควรใช้ยาจริงไหม”
คลินิกที่ดีไม่ควรขายยาทันทีแค่คนไข้บอกว่าอยากผอม แต่ควรถาม/ตรวจอย่างน้อย:
- BMI, รอบเอว, น้ำหนักเป้าหมาย เพื่อ ดูว่าเข้าเกณฑ์ overweight/obesity หรือไม่
- โรคร่วม เช่น เบาหวาน ความดัน ไขมัน ไขมันพอกตับ OSA โรคหัวใจ เนื่องจาก ยากลุ่มนี้เหมาะกับ metabolic risk มากกว่าการใช้เพื่อความสวยงามล้วน ๆ
- ยาที่ใช้อยู่ โดยเฉพาะ insulin, sulfonylurea เนื่องจาก เสี่ยงน้ำตาลต่ำถ้าใช้ร่วมบางตัว
- ประวัติตับอ่อนอักเสบ นิ่วในถุงน้ำดี โรคทางเดินอาหารรุนแรง ซึ่งอาจเป็นข้อพึงระวังในการใช้ยาเนื่องจากผลข้างเคียงที่รุนแรง
- ตั้งครรภ์/วางแผนตั้งครรภ์/ให้นม ซึ่งเป็นข้อห้ามในการใช้ยา
- พฤติกรรมอาหาร โปรตีน การออกกำลัง เพื่อประกอบการลดน้ำหนักอย่างยั่งยืน และลดน้ำหนักเร็วเกินอาจเสียกล้ามเนื้อ
2. ต้องถามให้ชัดว่า “ยาแท้ไหม มาจากไหน”
คนไข้ควรถามคลินิกได้เลยว่า: “ยานี้เป็นยาอะไร ชื่อสามัญอะไร มีเลขทะเบียน อย. หรือไม่ มี lot/expiry ไหม เก็บ cold chain อย่างไร?” สิ่งที่ควรต้องระวังมีดังนี้
- ราคาถูกผิดปกติ อาจเป็นยาหิ้ว ยาปลอม หรือไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ขึ้นทะเบียน
- แบ่งขายเป็น vial/ดูดใส่ syringe ควรระวังเนื่องจากเสี่ยงปนเปื้อน ความแรงไม่แน่นอน
- บอกว่าเป็น “peptide research grade” ควรระวังเนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ควรใช้กับคนไข้
- ไม่มีฉลากภาษาไทย/ไม่มี lot/ไม่มีวันหมดอายุ ซึ่งตรวจสอบย้อนกลับไม่ได้
- ส่งไปรษณีย์โดยไม่ควบคุมอุณหภูมิ ซึ่งจะทำให้ยาคุณภาพเสื่อมลง และยังสะท้อนถึงการขาดความเอาใจใส่ของคลินิกผู้ขายยา
- ให้คนไข้ปรับ dose เอง ซึ่งเสี่ยงคลื่นไส้อาเจียน ขาดน้ำ น้ำตาลต่ำ หรือหยุดยาไม่ได้ตามแผน
3. อย่าเลือกจาก “ราคาถูกสุด” อย่างเดียว
คลินิกที่ราคาสูงกว่าเล็กน้อย แต่อธิบายชัดว่ารวมการดูแลทางการแพทย์ อาจคุ้มกว่า “ซื้อปากกาอย่างเดียว” โดยเฉพาะในคนไข้ที่มีเบาหวาน ความดัน ไต ไขมันพอกตับ หรือโรคหัวใจ
4. คลินิกที่ดีต้องมีแผนติดตาม ไม่ใช่ฉีดแล้วหายไป
คลินิกที่ดีควรมี follow-up เช่น 2–4 สัปดาห์แรก และประเมินภาวะแทรกซ้อนและแนวการปรับยา รวมถึงติดตามผลการรักษาต่อเนื่อง
5. ต้องมีคำอธิบายเรื่องผลลัพธ์แบบไม่หลอกลวง
ควรระวังคลินิกที่โฆษณาแบบ:
“ผอมแน่นอน”
“ลด 10 กิโลใน 1 เดือน”
“ไม่มีผลข้างเคียง”
“ไม่ต้องคุมอาหาร”
“ปลอดภัย 100%”
“ฉีดได้ทุกคน”
“ยาเดียวกับดารา/เซเลบ”
คำอธิบายที่น่าเชื่อถือควรเป็นแบบ:
“ผลลัพธ์ขึ้นกับชนิดยา ขนาดยา ระยะเวลา การตอบสนองของแต่ละบุคคล อาหาร การออกกำลังกาย โรคร่วม และความต่อเนื่องในการติดตาม”
6. ต้องดูว่าแพทย์เข้าใจโรคร่วมของคนไข้ไหม
ปากกาลดน้ำหนักไม่ใช่แค่เรื่องรูปร่าง แต่เกี่ยวกับ metabolic disease คนไข้ควรเลือกคลินิกที่ดูแลโรคร่วมได้ เช่น เบาหวาน ไตวายเรื้อรัง โรคหัวใจ โรคกระเพาะอาหารอักเสบและกรดไหลย้อน นิ่วในถุงน้ำดี ผู้สูงอายุ
Red flags: คลินิก/ผู้ขายยาลดน้ำหนักที่ควรหลีกเลี่ยง
- ขายผ่าน inbox ไม่ต้องพบแพทย์ (ผิดมาตรฐานวิชาชีพ)
- ให้ส่งรูปน้ำหนักแล้วจ่ายยาเลย ไม่มีการประเมินโรคอื่นร่วม
- ราคาถูกผิดปกติ ซึ่งเสี่ยงยาปลอม/หิ้ว/ไม่ถูกต้อง
- แบ่งขายเป็นเข็มหรือ vial เพราะ เสี่ยงความแรงปริมาณยาไม่แน่นอน, ปนเปื้อน, และยาอาจเสื่อมสภาพเนื่องจากเปิดเข้า-ออกตู้ควบคุมอุณหภูมิบ่อยครั้ง
- ไม่มีฉลาก/lot/วันหมดอายุ ตรวจสอบไม่ได้
- คลินิกบอกให้ผู้ป่วยปรับเพิ่ม dose เอง
- โฆษณาว่าผอมชัวร์ ไม่มีผลข้างเคียง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการเลือกคลินิกลดน้ำหนัก
ปากกาลดน้ำหนักปลอดภัยไหม?
ในคนที่มีข้อบ่งใช้เหมาะสมและได้รับการประเมินโดยแพทย์ สามารถใช้ยาได้ อย่างไรก็ตามแม้ว่าแพทย์จะตรวจแล้ว ไม่ใช่ว่ายานี้จะเหมาะกับทุกคน ผู็ใช้ยามักจะมีผลข้างเคียง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องผูก กินได้น้อย ขาดน้ำ หรือปัญหาน้ำตาลต่ำในบางราย โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ยาเบาหวานบางชนิดร่วมด้วย
ปากกาลดน้ำหนัก ราคา เท่าไหร่?
ราคาขึ้นกับชนิดยา ขนาดยา แหล่งที่มาของยา และบริการที่รวมในแพ็กเกจ เช่น ค่าแพทย์ การสอนฉีด การติดตามผลข้างเคียง และการตรวจเลือด ไม่ควรเปรียบเทียบจากราคายาอย่างเดียว
เลือกคลินิกปากกาลดน้ำหนักควรดูอะไร?
ควรเลือกคลินิกที่มีแพทย์ประเมินก่อนเริ่มยา ใช้ยาที่ตรวจสอบแหล่งที่มาได้ มีฉลาก lot และวันหมดอายุชัดเจน มีแผนปรับขนาดยา มีการติดตามผลข้างเคียง และไม่โฆษณาเกินจริง
ซื้อปากกาลดน้ำหนักออนไลน์ได้ไหม?
ไม่แนะนำให้ซื้อจากช่องทางออนไลน์ที่ไม่มีแพทย์ประเมินหรือไม่มีแหล่งที่มาชัดเจน เพราะเสี่ยงได้ยาปลอม ยาไม่ได้มาตรฐาน การเก็บรักษาไม่เหมาะสม หรือใช้ยาไม่ถูกข้อบ่งชี้ และผิดกฎหมายควบคุมยาพิเศษ
ก่อนใช้ปากกาลดน้ำหนักต้องตรวจเลือดไหม?
บางรายควรตรวจเลือดก่อนเริ่มยา โดยเฉพาะผู้ที่มีเบาหวาน โรคไต โรคตับ ไขมันพอกตับ หรือใช้ยาหลายชนิด การตรวจขึ้นกับดุลยพินิจของแพทย์และความเสี่ยงเฉพาะบุคคล
ใช้ปากกาลดน้ำหนักแล้วต้องคุมอาหารไหม?
ควรปรับอาหารร่วมด้วย โดยเฉพาะการได้รับโปรตีนเพียงพอ ลดพลังงานส่วนเกิน และเพิ่มกิจกรรมทางกาย เพื่อให้ลดน้ำหนักอย่างปลอดภัยและลดโอกาสสูญเสียกล้ามเนื้อ
หยุดปากกาลดน้ำหนักแล้วน้ำหนักจะกลับขึ้นไหม?
มีโอกาสน้ำหนักกลับขึ้นได้หากไม่มีแผนดูแลต่อเนื่องเรื่องอาหาร พฤติกรรม การออกกำลัง และการติดตามน้ำหนัก จึงควรวางแผนระยะยาวกับแพทย์ตั้งแต่ก่อนเริ่มยา
ปากกาลดน้ำหนักเหมาะกับคน BMI ไม่สูงไหม?
ต้องพิจารณาเป็นรายบุคคล หาก BMI ไม่เข้าเกณฑ์หรือไม่มีโรคร่วม การใช้ยาอาจได้ประโยชน์น้อยกว่าความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง (References)
https://www.fda.moph.go.th/news/%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2/
https://oryor.com/media/newsUpdate/media_news/3415?ref=search
เกี่ยวกับผู้เขียน (Author)
อายุรแพทย์โรคทางเดินอาหารและตับ คลินิกหัวใจราชพฤกษ์
อ่านประวัติผู้เขียนที่นี่
“เนื้อหาที่เขียนลงบทความนี้ได้จากการรวบรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมูลและวารสารที่น่าเชื่อถือ เท่าที่จะสืบค้นได้อย่างเต็มความสามารถ อย่างไรก็ตาม ใจความอาจมีความคลาดเคลื่อนได้ ผมยินดีรับฟังคำแนะนำและข้อเสนอแนะอย่างสร้างสรรค์ครับ”
ปรึกษาการใช้ยาลดน้ำหนักอย่างถูกต้องและมีคุณภาพ
หากคุณมีอาการผิดปกติหรือมีปัจจัยเสี่ยง ต้องการทราบสุขภาพหัวใจ
สามารถนัดหมายเพื่อตรวจ EKG และ Echo หรือตรวจเลือดเช็คสุขภาพโดยแพทย์เฉพาะทางได้
ที่คลินิกหัวใจราชพฤกษ์โดยไม่ต้องรอคิวที่โรงพยาบาล
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ (Disclaimer)
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับการเลือกคลินิกและการใช้ยาลดน้ำหนักภายใต้การดูแลของแพทย์ ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาเฉพาะบุคคล หากมีโรคประจำตัว ใช้ยาอยู่ ตั้งครรภ์ หรือมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มยา